เพราะว่าเราไม่ได้ประกาศตัวเอง แต่ประกาศว่าพระเยซูคริสต์ทรงเป็นองค์พระผู้เป็นเจ้า
และประกาศว่าตัวเราเองเป็นทาสของท่านทั้งหลายเพราะเห็นแก่พระเยซู

Q1 “การไม่ประกาศตัวเอง” และ “การประกาศว่าเป็นทาส” เกี่ยวข้องและส่งผลต่อ “การประกาศประเสริฐเรื่องพระเยซูคริสต์” อย่างไร? (ดู โรม 16:17-18 ประกอบ)
Q2 คุณจะมีส่วนในการประกาศข่าวประเสริฐ “เรื่องพระเยซูคริสต์” อย่างถูกต้องอย่างไร?
หมายเหตุ: โรม 16:17-1817 พี่น้องทั้งหลาย ข้าพเจ้าขอวิงวอนท่านให้สังเกตดูคนที่ก่อเหตุวิวาทและทำให้คนอื่นหลงไปจากคำสอนที่ท่านทั้งหลายได้เรียนมา จงตีตัวออกห่างจากคนเหล่านั้น 18 เพราะว่าพวกเขาไม่ได้รับใช้พระคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้าของเรา แต่รับใช้ปากท้องของตัวเอง และได้ล่อลวงคนซื่อให้หลงด้วยคำไพเราะอ่อนหวาน


อ่านพระคัมภีร์ให้จบเล่มภายในหนึ่งปี:  บทเพลงคร่ำครวญ 3-5  ฮีบรู 10:19-39

แน่ทีเดียว พระองค์ทรงประสงค์ความจริงในใจเพราะฉะนั้น
ขอทรงสอนสติปัญญาแก่ข้าพระองค์ในที่ลี้ลับ

Q1 คำว่า “ทรงประสงค์” “ขอทรงสอน” และ “ในที่ลึกลับ” (ภายในจิตใจ) เกี่ยวข้องกับ “การรู้ถึงน้ำพระทัยของพระเจ้า” อย่างไร? (ดู สดุดี 51:10 ประกอบ)
Q2 อะไรคือ “พระประสงค์ของพระเจ้า” ที่ทรงปรารถนาให้เกิดขึ้นในชีวิตของคุณ? และคุณจะทำให้สิ่งนั้นเป็นจริงได้อย่างไร? ลองเขียนออกมาสัก 2 ข้อ
หมายเหตุ: สดุดี 51:10 ข้าแต่พระเจ้า ขอทรงเนรมิตสร้างใจสะอาดในข้าพระองค์ และขอทรงสร้างจิตใจหนักแน่นขึ้นใหม่ภายในข้าพระองค์


อ่านพระคัมภีร์ให้จบเล่มภายในหนึ่งปี:  บทเพลงคร่ำครวญ 1-2  ฮีบรู 10:1-18

จงเอียงหูของเจ้า แล้วมาหาเรา จงฟัง เพื่อตัวเจ้าจะมีชีวิต และเราจะทำ
พันธสัญญานิรันดร์กับพวกเจ้า ตามความรักมั่นคงแน่นอนของเราต่อดาวิด

Q1 คำว่า “เอียงหู” “มาหาเรา” “จงฟัง” เกี่ยวข้องกับ “จะมีชีวิต” “พันธสัญญานิรันดร์” และ “ความรักมั่นคง” ของพระเจ้าอย่างไร? (ดู เยเรมีย์ 31:3 ประกอบ)
Q2 คุณ “จะมีชีวิต” ที่ได้รับ “พันธสัญญานิรันดร์” และสัมผัสถึง “ความรักของพระเจ้า” ทุกวันได้อย่างไร? (ดู สดุดี 23:6 ประกอบ)
หมายเหตุ: เยเรมีย์ 31:3 พระยาห์เวห์ทรงปรากฏแก่เขาจากที่ไกล ตรัสว่า เราได้รักเจ้าด้วยความรักนิรันดร์ เพราะฉะนั้น เราจึงนำเจ้ามาด้วยความรักมั่นคง
สดุดี 23:6 แน่ทีเดียวที่ความดีและความรักมั่นคงจะติดตามข้าพเจ้าไป ตลอดวันคืนแห่งชีวิตของข้าพเจ้า และข้าพเจ้าจะอยู่ในพระนิเวศของพระยาห์เวห์สืบไปเป็นนิตย์


อ่านพระคัมภีร์ให้จบเล่มภายในหนึ่งปี:  เยเรมีย์ 51-52  ฮีบรู 9

เมื่อพระเยซูทรงได้ยินดังนั้นก็ประหลาดพระทัยนัก
ตรัสกับบรรดาคนที่ตามพระองค์ว่า “เราบอกความจริงแก่ท่านทั้งหลายว่า
เราไม่เคยพบศรัทธาที่ไหนมากเท่านี้แม้ในอิสราเอล

Q1 ทำไมพระเยซูจึงพูดว่า “เราไม่เคยพบศรัทธาที่ไหนมากเท่านี้แม้ในอิสราเอล”? (ดู มัทธิว 8:5-9 ประกอบ)
Q2 อ่านพระคัมภีร์ข้อนี้ช้าๆ 2-3 รอบ จนคุณจำเนื้อหาได้ และคิดพิจารณาว่าคุณจะมี “ศรัทธา” (ความเชื่อ) เพิ่มมากขึ้นในพระเจ้าเหมือนนายร้อยคนนี้อย่างไร?
(ดู มัทธิว 8:5-9 อีกครั้ง)หมายเหตุ: มัทธิว 8:5-9 5เมื่อพระเยซูเสด็จเข้าไปในเมืองคาเปอรนาอุม มีนายร้อยคนหนึ่งมาอ้อนวอนพระองค์ 6ว่า “องค์พระผู้เป็นเจ้า บ่าวของข้าพระองค์เป็นง่อยอยู่ที่บ้านทนทุกข์ทรมานอย่างยิ่ง” 7พระเยซูจึงตรัสกับเขาว่า “เราจะไปรักษาเขาให้หาย” 8นายร้อยคนนั้นทูลพระองค์ว่า “องค์พระผู้เป็นเจ้า ข้าพระองค์เป็นคนไม่สมควรที่จะรับเสด็จพระองค์เข้าใต้ชายคาของข้าพระองค์ ขอพระองค์ตรัสเท่านั้น บ่าวของข้าพระองค์ก็จะหายโรค 9เพราะว่าข้าพระองค์อยู่ใต้อำนาจคนอื่น และมีพวกทหารอยู่ใต้อำนาจของข้าพระองค์ ข้าพระองค์จะบอกแก่คนนี้ว่า ‘ไป’ เขาก็ไป บอกแก่คนนั้นว่า ‘มา’ เขาก็มา บอกทาสของข้าพระองค์ว่า ‘จงทำสิ่งนี้’ เขาก็ทำ”


อ่านพระคัมภีร์ให้จบเล่มภายในหนึ่งปี:  เยเรมีย์ 50   ฮีบรู 8

จงระวัง อย่าทำศาสนกิจ*เพื่ออวดคนอื่น ถ้าทำอย่างนั้น
ท่านทั้งหลายจะไม่ได้รับบำเหน็จจากพระบิดาของท่านผู้สถิตในสวรรค์

Q1 คำว่า “จงระวัง” “เพื่ออวดคนอื่น” และ “ไม่ได้รับบำเหน็จ” สอนถึง “ท่าทีในการกระทำศาสนกิจ”* เพื่อพระเจ้าอย่างไร? (ดู หมายเหตุ ประกอบ)
Q2 คุณจะนำ “ท่าทีในการกระทำศาสนกิจ” จากพระคัมภีร์ข้อนี้มาประยุกต์ใช้เวลาที่คุณมานมัสการพระเจ้าที่คริสตจักร/ ถวายทรัพย์ /นำประชุม/ รับมหาสนิท/ สอนรวีฯ/ รับใช้/ ประกาศ/ อธิษฐาน/ เฝ้าเดี่ยว ฯลฯ อย่างไร?
หมายเหตุ: “ศาสนกิจ”* ในบริบทของพระคัมภีร์ตอนนี้ (มัทธิว 6:1-18) หมายถึง 1.การทำทาน 2.การอธิษฐาน และ 3.การถืออดอาหาร ซึ่งเป็นการกระทำที่ทุกคนสามารถมองเห็นได้ เพราะเป็นการกระทำในที่สาธารณะ


อ่านพระคัมภีร์ให้จบเล่มภายในหนึ่งปี:  เยเรมีย์ 48-49  ฮีบรู 7

455/5711