วันศุกร์ที่ 11 ตุลาคม ฮีบรู 13:16 “กระทำการดี”
อย่าละเลยที่จะทำความดี และแบ่งปันข้าวของซึ่งกันและกัน
เพราะเครื่องบูชาอย่างนั้นเป็นที่พอพระทัยพระเจ้า
Q1 คำว่า “ทำความดี” และ “แบ่งปันข้าวของซึ่งกันและกัน” เกี่ยวข้องกับการ “เป็นที่พอพระทัยพระเจ้า” อย่างไร? (ดู ยากอบ 1:27 ประกอบ)
Q2 คิดถึง “ใครสักคน” ที่พระเจ้าทรงปรารถนาอยากให้คุณ “ทำความดี” / “แบ่งปันข้าวของ” จงลงมือกระทำสิ่งเหล่านั้นให้สำเร็จ
หมายเหตุ: ยากอบ 1:27 ธรรมะที่บริสุทธิ์ไร้มลทินเฉพาะพระพักตร์พระเจ้าพระบิดานั้น คือการช่วยเหลือ3 เด็กกำพร้าและหญิงม่ายที่มีความทุกข์ร้อน และการรักษาตัวให้พ้นจากราคีของโลก
อ่านพระคัมภีร์ให้จบเล่มภายในหนึ่งปี: อิสยาห์ 37-38 โคโลสี 3
วันพฤหัสบดีที่ 10 ตุลาคม 2 โครินธ์ 5:17 “สร้างใหม่ & ล่วงไป”
ฉะนั้นถ้าใครอยู่ในพระคริสต์ @เขาก็เป็นคนที่ถูกสร้างใหม่แล้ว
@สิ่งสารพัดที่เก่าๆ ก็ล่วงไป นี่แน่ะกลายเป็นสิ่งใหม่ทั้งนั้น
Q1 พระคัมภีร์ข้อนี้ช่วยให้เราเห็นถึง “กระบวนการเติบโตในความเชื่อ” ของผู้ที่เชื่อในพระเจ้าอย่างไร? (สังเกตคำหลัง @)
Q2 ทบทวนชีวิตของคุณว่า มี “สิ่งใหม่” อะไรบ้างที่เกิดขึ้นในชีวิตของคุณ และมี “สิ่งเก่า” อะไรบ้างที่คุณปรารถนาจะได้รับการเปลี่ยนแปลงจากพระเจ้า ลองเขียนออกมาอย่างละ 2 สิ่ง อธิษฐานขอบพระคุณและทูลขอสิ่งเหล่านั้นกับพระเจ้า
อ่านพระคัมภีร์ให้จบเล่มภายในหนึ่งปี: อิสยาห์ 34-36 โคโลสี 2
วันพุธที่ 9 ตุลาคม กิจการ 17:11 “ทัศนคติ”
ยิวในเมืองนี้มีใจยอมรับมากกว่ายิวในเมืองเธสะโลนิกา
@เพราะพวกเขารับพระวจนะด้วยความอยากรู้
@และค้นดูพระคัมภีร์ทุกวัน @หวังจะรู้ว่าข้อความเหล่านั้นจริงดังที่กล่าวหรือไม่
Q1 เปาโลให้เหตุผลอะไรในการกล่าวชมเชยว่า คนยิวที่เมืองเบโรอามี “ใจ (ทัศนคติ)ยอมรับมากกว่า” จิตใจของคนยิวที่เมืองเธสะโลนิกา? (สังเกตคำหลัง @และ ดู กิจการ 17:5 ประกอบ)
Q2 คุณจะนำ “ทัศนคติ” ของคนยิวที่เมืองเบโรอา มาพัฒนาชีวิตฝ่ายจิตวิญญาณของคุณอย่างไร?
หมายเหตุ: กิจการ 17:5 แต่พวกยิว (ในเมืองเธสะโลนิกา) มีความอิจฉาจึงไปคบคิดกับคนพาลตามตลาด รวมกันเป็นกลุ่มใหญ่ก่อการจลาจลในเมือง และบุกเข้าไปในบ้านของยาโสนเพื่อเอาตัวพวกท่านออกมาให้คนทั้งปวง
อ่านพระคัมภีร์ให้จบเล่มภายในหนึ่งปี: อิสยาห์ 32-33 โคโลสี 1
วันอังคารที่ 8 ตุลาคม อิสยาห์ 65:24 “อธิษฐาน”
และจะเป็นดังนี้ คือก่อนที่พวกเขาร้องเรียก
@เราเองจะตอบขณะที่เขาทั้งหลายยังพูดอยู่ @เราเองจะฟัง
Q1 พระคัมภีร์ตอนนี้ช่วยให้เรามั่นใจว่า “พระเจ้าทรงฟังและตอบคำอธิษฐานของเราเสมอ” อย่างไร? (สังเกตคำหลัง @)
Q2 คุณจะนำความจริงจากพระคัมภีร์ข้อนี้มาพัฒนา “ชีวิตแห่งการอธิษฐาน” ของคุณอย่างไร? โดยเฉพาะสำหรับ “คำอธิษฐานที่ยังไม่ได้รับคำตอบ” (ดู ฮาบากุก 2:3 ประกอบ)
หมายเหตุ: ฮาบากุก 2:3 เพราะว่านิมิตนั้นยังรอเวลาของมันอยู่ มันกำลังรีบไปถึงความสำเร็จ มันจะไม่มุสา ถ้าดูช้าไป ก็จงคอยสักหน่อย มันจะมาถึงแน่นอน คงไม่ล่าช้านัก
อ่านพระคัมภีร์ให้จบเล่มภายในหนึ่งปี: อิสยาห์ 30-31 ฟีลิปปี 4
วันจันทร์ที่ 7 ตุลาคม อิสยาห์ 30:21 “ไม่ได้ยิน”
และเมื่อท่านหันไปทางขวา หรือหันไปทางซ้าย
หูของท่านจะได้ยินคำพูดจากข้างหลังท่านว่า
“นี่เป็นหนทาง จงเดินในทางนี้”
Q1 คำพูดที่ว่า “นี่เป็นหนทาง จงเดินในทางนี้” แสดงให้เห็นว่า “พระเจ้าทรงพระชนม์อยู่” และ “ทรงตรัสอยู่เสมอ” อย่างไร?
Q2 อะไรคือสาเหตุที่ทำให้คุณ “ไม่ได้ยินเสียงของพระเจ้า” ทั้งๆ ที่พระเจ้าทรงตรัสกับคุณเสมอในทุกๆ วัน? (ดู วิวรณ์ 3:20 ประกอบ)
หมายเหตุ: วิวรณ์ 3:20 นี่แน่ะ เรายืนเคาะอยู่ที่ประตู ถ้าใครได้ยินเสียงของเราและเปิดประตู เราจะเข้าไปหาเขาและจะรับประทานอาหารร่วมกับเขา และเขาจะรับประทานอาหารร่วมกับเรา
อ่านพระคัมภีร์ให้จบเล่มภายในหนึ่งปี: อิสยาห์ 28-29 ฟีลิปปี 3