วันอาทิตย์ที่ 10 พฤศจิกายน มัทธิว 6:1 “ทำศาสนกิจ”
จงระวัง อย่าทำศาสนกิจ*เพื่ออวดคนอื่น ถ้าทำอย่างนั้น
ท่านทั้งหลายจะไม่ได้รับบำเหน็จจากพระบิดาของท่านผู้สถิตในสวรรค์
Q1 คำว่า “จงระวัง” “เพื่ออวดคนอื่น” และ “ไม่ได้รับบำเหน็จ” สอนถึง “ท่าทีในการกระทำศาสนกิจ”* เพื่อพระเจ้าอย่างไร? (ดู หมายเหตุ ประกอบ)
Q2 คุณจะนำ “ท่าทีในการกระทำศาสนกิจ” จากพระคัมภีร์ข้อนี้มาประยุกต์ใช้เวลาที่คุณมานมัสการพระเจ้าที่คริสตจักร/ ถวายทรัพย์ /นำประชุม/ รับมหาสนิท/ สอนรวีฯ/ รับใช้/ ประกาศ/ อธิษฐาน/ เฝ้าเดี่ยว ฯลฯ อย่างไร?
หมายเหตุ: “ศาสนกิจ”* ในบริบทของพระคัมภีร์ตอนนี้ (มัทธิว 6:1-18) หมายถึง 1.การทำทาน 2.การอธิษฐาน และ 3.การถืออดอาหาร ซึ่งเป็นการกระทำที่ทุกคนสามารถมองเห็นได้ เพราะเป็นการกระทำในที่สาธารณะ
อ่านพระคัมภีร์ให้จบเล่มภายในหนึ่งปี: เยเรมีย์ 48-49 ฮีบรู 7
วันเสาร์ที่ 9 พฤศจิกายน มัทธิว 7:1-2 “การกล่าวโทษ”
“อย่าพิพากษา เพื่อพระเจ้าจะไม่ทรงพิพากษาท่านทั้งหลาย เพราะว่าพวกท่าน
จะพิพากษาผู้อื่นอย่างไร พระเจ้าจะทรงพิพากษาท่านอย่างนั้น
และท่านทั้งหลายจะตวงให้ผู้อื่นด้วยทะนานอันใด
พระเจ้าจะทรงตวงให้พวกท่านด้วยทะนานอันนั้น
Q1 อะไรคือความแตกต่างระหว่าง “การตักเตือน” และ “การพิพากษา” (การกล่าวโทษ)? (ดู หมายเหตุ ประกอบ)
Q2 คำพูดที่ว่า “เพื่อพระเจ้าจะไม่ทรงพิพากษาท่านทั้งหลาย” “พระเจ้าจะทรงพิพากษาท่านอย่างนั้น” และ “พระเจ้าจะทรงตวงให้พวกท่านด้วยทะนานอันนั้น” กำลังเตือนสติคุณในการ “การพิพากษา” (การกล่าวโทษ) คนอื่นอย่างไร?
หมายเหตุ: การตักตือน หมายถึง การพูดถึงข้อเท็จจริง เพื่อช่วยเหลือ เพื่อให้สำนึกตัวมีความปรารถนาดีต่อบุคคลที่ถูกตักเตือน คาดหวังว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น “การพิพากษา” (การกล่าวโทษ) หมายถึง การตำหนิอย่างรุนแรง การต่อว่า การใส่ร้าย โดยมุ่งหวังที่เน้นจะทำร้าย ติเตียนที่ตัวบุคคลที่ถูกกล่าวโทษเป็นสำคัญ ไม่ได้หวังว่า จะมีการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น
อ่านพระคัมภีร์ให้จบเล่มภายในหนึ่งปี: เยเรมีย์ 46-47 ฮีบรู 6
วันศุกร์ที่ 8 พฤศจิกายน กาลาเทีย 6:9 “ทำดี”
อย่าให้เราเมื่อยล้าในการทำดี เพราะว่า@ถ้าเราไม่ท้อใจแล้ว เราก็จะเก็บเกี่ยวในเวลาอันสมควร
Q1 อะไรคือเหตุผลที่คริสเตียนไม่ควรหยุด “ทำดี”? (สังเกตคำหลังคำว่า “เพราะว่า”)
Q2 ลองเขียน “สิ่งดี” หรือ “การดี” ที่คุณกำลังทำอยู่สัก 2 ประการ แต่ยังไม่เห็นผลลัพธ์ พระคัมภีร์ตอนนี้หนุนใจคุณให้ทำใน “สิ่งดี” หรือ “การดี” นั้นต่อไปอย่างไร?
อ่านพระคัมภีร์ให้จบเล่มภายในหนึ่งปี: เยเรมีย์ 43-45 ฮีบรู 5
วันพฤหัสบดีที่ 7 พฤศจิกายน 1 ซามูเอล 3:8 “การตอบสนอง”
และพระยาห์เวห์ทรงเรียกซามูเอลครั้งที่สาม ซามูเอลก็ลุกขึ้นไปหาเอลี
กล่าวว่า “ข้าพเจ้าอยู่นี่ ท่านเรียกข้าพเจ้า”
แล้วเอลีจึงเข้าใจว่า พระยาห์เวห์ทรงเรียกเด็กนั้น
Q1คำว่า “ทรงเรียก” “ครั้งที่สาม” และ “ลุกขึ้น” ช่วยให้เราเห็นถึง “การตอบสนอง” ของซามูเอลที่มีต่อการทรงเรียกของพระเจ้าอย่าง่ไร? (ดู 1 ซามูเอล 3:10 ประกอบ)
Q2 “ข้าพเจ้าอยู่นี่ ท่านเรียกข้าพเจ้า” ประโยคนี้จะเกิดขึ้นและเป็นจริงในชีวิตของคุณ เมื่อพระเจ้าทรงตรัสกับคุณอย่างไร? (ดู วิวรณ์ 3:20 ประกอบ)
หมายเหตุ: 1 ซามูเอล 3:10 และพระยาห์เวห์เสด็จมาทรงยืนอยู่ ทรงเรียกอย่างครั้งก่อนๆ ว่า “ซามูเอล ซามูเอลเอ๋ย” และซามูเอลทูลตอบว่า “ขอตรัสเถิด เพราะผู้รับใช้ของพระองค์คอยฟังอยู่”วิวรณ์ 3:20 นี่แน่ะ เรายืนเคาะอยู่ที่ประตู ถ้าใครได้ยินเสียงของเราและเปิดประตู เราจะเข้าไปหาเขาและจะรับประทานอาหารร่วมกับเขา และเขาจะรับประทานอาหารร่วมกับเรา
อ่านพระคัมภีร์ให้จบเล่มภายในหนึ่งปี: เยเรมีย์ 40-42 ฮีบรู 4
วันพุธที่ 6 พฤศจิกายน มัทธิว 18:3 “ความเชื่อแบบเด็กๆ”
แล้วตรัสว่า “เราบอกความจริงกับท่านทั้งหลายว่า
ถ้าพวกท่านไม่กลับใจและเป็นเหมือนเด็กเล็กๆ* ก็จะเข้าในแผ่นดินสวรรค์ไม่ได้
Q1 ทำไมความเชื่อ และความคิด “แบบเด็กๆ” จึงเป็นเสมือนกับ “หัวใจ” ที่ทำให้เรา “กลับใจ” และหันกลับมาทำในสิ่งที่เป็น “น้ำพระทัยของพระเจ้า”? (ดู หมายเหตุ ประกอบ)
Q2 “ความเป็นผู้ใหญ่” ของคุณในด้านใดที่เป็นอุปสรรคทำให้คุณไม่สามารถเชื่อฟังพระเจ้า คุณจะเปลี่ยนความเป็นผู้ใหญ่นั้นมาเป็น “ความเชื่อแบบเด็กๆ” ได้อย่างไร? อธิษฐานขอกำลังและการเปลี่ยนแปลงจากพระเจ้า
หมายเหตุ: เด็กเล็ก ๆ* ใช้เปรียบทียบเพื่อแสดงให้เห็นถึง “ความไว้วางใจ จริงใจ และไม่เสแสร้ง ไม่มีผลประโยชน์แอบแฝง”
อ่านพระคัมภีร์ให้จบเล่มภายในหนึ่งปี: เยเรมีย์ 37-39 ฮีบรู 3