ความรักที่ข้าพเจ้าพูดถึงนี้ไม่ใช่ที่เรารักพระเจ้า แต่ที่พระองค์ทรงรักเรา
@และทรงใช้พระบุตรของพระองค์มา เพื่อเป็นเครื่องบูชาลบบาปของเรา

Q1 ความรักของพระเจ้าที่ยอห์นพูดถึง “แตกต่าง” จากความรักของมนุษย์อย่างไร? (สังเกตคำหลัง @ และ โรม 5:7-8 ประกอบ)
Q2 “ความรักของพระเจ้า” สร้าง “การเปลี่ยนแปลง” ให้เกิดขึ้นในชีวิตชองคุณอย่างไร? ลองเขียนออกมาสัก 2 อย่าง (ดู 1 ยอห์น 3:18 ประกอบ) 
หมายเหตุ: โรม 5:7-8 7 อันที่จริง มีน้อยคนนักจะยอมตายเพื่อคนชอบธรรม แต่บางทีจะมีคนยอมตายเพื่อคนดีก็ได้ 8 แต่พระเจ้าทรงสำแดงความรักของพระองค์แก่เรา คือขณะที่เรายังเป็นคนบาปอยู่นั้น พระคริสต์สิ้นพระชนม์เพื่อเรา1 ยอห์น 3:18 ลูกทั้งหลายเอ๋ย อย่าให้เรารักกันด้วยคำพูดและด้วยปากเท่านั้น แต่จงรักกันด้วยการกระทำและด้วยความจริง


อ่านพระคัมภีร์ให้จบเล่มภายในหนึ่งปี:  เยเรมีย์ 34-36  ฮีบรู 2

@ไม่มีใครมีความรักยิ่งใหญ่กว่านี้ @คือการสละชีวิตเพื่อมิตรสหายของตน
ถ้าพวกท่านประพฤติตามที่เราสั่ง ท่านก็จะเป็นมิตรสหายของเรา

Q1 พระเยซูคริสต์ทรงมีลักษณะของ “มิตรสหายที่ดี” อย่างไร? (สังเกตคำหลัง @)
Q2 คุณจะเป็น “มิตรสหายที่ดี” ของพระเยซูคริสต์ และผู้อื่นได้อย่างไร? (สังเกตคำหลังว่า “ถ้า” และ ดู สุภาษิต 17:17 ประกอบ)
หมายเหตุ: สุภาษิต 17:17 มิตรสหายย่อมรักกันทุกเวลา และพี่น้องเกิดมาเพื่อช่วยกันยามทุกข์ยาก


อ่านพระคัมภีร์ให้จบเล่มภายในหนึ่งปี:  เยเรมีย์ 32-33  ฮีบรู 1

ขอให้เรายังคงยึดมั่นในความหวัง*ที่ประกาศรับไว้นั้นโดยไม่หวั่นไหว
เพราะว่าพระองค์ผู้ประทานพระสัญญานั้นทรงซื่อสัตย์

Q1 “ยึดมั่นในความหวัง” และ “ความสัตย์ซื่อของพระเจ้า” มีผลต่อการเข้ามา “นมัสการพระเจ้า” อย่างไร? (ดู หมายเหตุ และ ฮีบรู 10:19 ประกอบ)
Q2 คุณจะหนุนใจ “พี่น้อง” และ “ตัวเอง” ให้ “กล้า” (ตั้งใจ) ที่จะมานมัสการพระเจ้าในวันอาทิตย์อย่างสม่ำเสมออย่างไร? (ดู ฮีบรู 10:25 ประกอบ)
หมายเหตุ: ความหวัง* คือ ความแน่ใจในการเข้ามาหาพระเจ้าผ่านความเชื่อในพระเยซูคริสต์
ฮีบรู 10:19 เพราะฉะนั้น พี่น้องทั้งหลาย เมื่อเรามีใจกล้าที่จะเข้าไปในสถานศักดิ์สิทธิ์โดยพระโลหิตของพระเยซู
ฮีบรู 10:25 อย่าขาดการประชุมเหมือนอย่างบางคนทำเป็นนิสัย แต่จงหนุนใจกันให้มากยิ่งขึ้น เพราะพวกท่านก็รู้อยู่ว่าวันนั้นใกล้เข้ามาแล้ว


อ่านพระคัมภีร์ให้จบเล่มภายในหนึ่งปี:  เยเรมีย์ 30-31  ฟีเลโมน

เพราะพระวจนะของพระยาห์เวห์นั้นเที่ยงธรรมและพระราชกิจทั้งสิ้นสำแดงความซื่อสัตย์ของพระองค์

Q1 คำว่า “เที่ยงธรรม” “พระราชกิจทั้งสิ้น” และ “ความซื่อสัตย์” ช่วยให้คุณมีความเชื่อมั่นและไว้วางใจใน “พระวจนะของพระเจ้า” อย่างไร? (ดู มัทธิว 5:18 ประกอบ)
Q2 “พระวจนะของพระเจ้า” จะสำเร็จและเป็นจริงในชีวิตของคุณอย่างไร? (ดู มัทธิว 13:23 ประกอบ)
หมายเหตุ: มัทธิว 5:18 เพราะเราบอกความจริงแก่ท่านทั้งหลายว่า จนกว่าฟ้าและดินจะล่วงไป แม้อักษรที่เล็กที่สุด หรือขีด ขีดหนึ่ง ก็จะไม่มีวันสูญไปจากธรรมบัญญัติ จนกว่าทุกสิ่งจะเกิดขึ้นมัทธิว 13:23 ส่วนเมล็ดซึ่งหว่านตกในดินดีนั้น ได้แก่บุคคลที่ได้ยินพระวจนะนั้นและเข้าใจ คนนั้นก็เกิดผลร้อยเท่าบ้าง หกสิบเท่าบ้าง สามสิบเท่าบ้าง


อ่านพระคัมภีร์ให้จบเล่มภายในหนึ่งปี:  เยเรมีย์ 27-29  ทิตัส 3

ท้องฟ้าประกาศพระสิริของพระเจ้าและพื้นฟ้าสำแดงผลงานแห่งพระหัตถ์ของพระองค์

Q1 การมองดู “ธรรมชาติ” ช่วยให้ “คุณรู้จักพระเจ้า” มากขึ้นอย่างไร? (ดู โรม 1:20 ประกอบ)
Q2 คุณก็เป็นส่วนหนึ่งใน “การทรงสร้าง”* คุณจะประกาศ และสำแดงถึงพระสิริของพระเจ้าผ่านชีวิตของคุณให้คนอื่นๆ ได้เห็นอย่างไร?
หมายเหตุ: โรม 1:20 ตั้งแต่เริ่มสร้างโลกมานั้น สภาพของพระเจ้าซึ่งตามนุษย์มองไม่เห็น คือฤทธานุภาพอันถาวรและเทวสภาพของพระองค์ ก็ได้ปรากฏชัดในสรรพสิ่งที่พระองค์ได้ทรงสร้าง ฉะนั้นพวกเขาจึงไม่มีข้อแก้ตัวเลยการทรงสร้าง* ปฐมกาล 1:27 พระเจ้าจึงทรงสร้างมนุษย์ขึ้นตามพระฉายาของพระองค์ ตามพระฉายาของพระเจ้านั้น พระองค์ทรงสร้างมนุษย์ขึ้น และทรงสร้างให้เป็นชายและหญิง


อ่านพระคัมภีร์ให้จบเล่มภายในหนึ่งปี:  เยเรมีย์ 24-26  ทิตัส 2

430/5677