เหตุการณ์ในห้องชั้นบนที่มิดชิด เป็นเหตุการณ์สำคัญสำหรับเหล่าสาวก แต่มีสาวกคนหนึ่งที่พลาดโอกาส สาวกคนนั้นคือ “โธมัส” แม้ว่าสาวกคนอื่น ๆ จะยืนยันว่า พวกเขาได้เห็นองค์พระผู้เป็นเจ้าคือ พระเยซู แต่โธมัสก็ไม่เชื่อ และพูดออกมาว่า “ถ้าข้าไม่เห็นรอยตะปูที่พระหัตถ์ของพระองค์ และไม่ได้เอานิ้วของข้าแยงเข้าไปที่รอยตะปูนั้น และไม่ได้เอามือของข้าแยงเข้าไปที่สีข้างของพระองค์แล้ว ข้าจะไม่เชื่อเลย”   ซึ่งหลังจากนั้นแปดวัน พระเยซูทรงปรากฏกับเหล่าสาวกอีกครั้งในห้องชั้นบนที่มิดชิด และแน่นอนว่า ครั้งนี้โธมัสอยู่ด้วย

Q1  พระเยซูทรงตอบสนองต่อคำถาม/คำร้องของของโธมัสอย่างไร? (ดูข้อ 27 ประกอบ)
Q2  คำพูดของพระเยซูที่ว่า “เพราะท่านได้เห็นเราท่านจึงเชื่อหรือ ผู้ที่ไม่เห็นเราแต่เชื่อก็เป็นสุข” ช่วยให้คุณมีความเชื่อในพระเยซู และมีความสงสัยในพระองค์น้อยลงอย่างไร?

ในขณะที่สาวกเก็บตัวเองอยู่ในห้องชั้นบนที่มิดชิด และเต็มไปด้วยความรู้สึกหวาดกลัว ไม่แน่ใจในความปลอดภัยของตัวเอง เต็มไปด้วยความสงสัย ความวิตกกังวล และยังตกใจไม่หายกับเหตุการณ์ที่พระเยซูถูกจับ ถูกตรึง และถูกฝังในอุโมงค์

Q1  พระเยซูทรงทำอย่างไรให้เหล่าสาวกกลับมามีความเชื่อ และไว้วางใจในพระองค์อีกครั้ง? (ดูข้อ 19, 20, 21, 22 ประกอบ)
Q2  “สันติสุขจงดำรงอยู่กับท่านทั้งหลายเถิด” ประโยคนี้จะเป็นจริงในชีวิตของคุณได้อย่างไร?

ขณะที่เปโตรและยอห์นกลับไปยังที่พัก แต่มารีย์ยังคงร้องไห้เศร้าโศกอยู่ที่อุโมงค์ เธอเองมีโอกาสได้พบกับฑูตสวรรค์ และทูตสวรรคถามเธอว่า “หญิงเอ๋ย ร้องไห้ทำไม” ซึ่งมารีย์ก็ตอบว่า “เพราะเขาเอาองค์พระผู้เป็นเจ้าของข้าพเจ้าไปเสียแล้ว และข้าพเจ้าไม่ทราบว่า เขาเอาพระองค์ไปที่ไหน”   และในเวลานั้นเองมารีย์มีโอกาสได้พบกับพระเยซู และพูดคุยกับพระองค์

Q1  อะไรคือสาเหตุที่ทำให้มารีย์ไม่รู้ตัวว่า กำลังคุยอยู่กับพระเยซู? (ดูข้อ 15 ประกอบ)
Q2  แต่สุดท้ายมารีย์ก็จดจำได้ว่า คนที่เธอคุยด้วยคือ “พระเยซู” ซึ่งนำมาซึ่งความชื่นชมยินดี และทำให้เธอรีบกลับไปบอกกับเหล่าสาวกว่า “ข้าพเจ้าได้เห็นองค์พระผู้เป็นเจ้าแล้ว” คุณเองได้มีโอกาสที่จะบอกเรื่องราวแห่งความชื่นชมยินดี เกี่ยวความรอดของพระเยซูคริสต์ ให้กับคนอื่นอย่างไร?

โยเซฟชาวอาริมาเธีย และนิโคเดมัส เป็นสองบุคคลคนสำคัญที่ไปขออนุญาติปิลาตที่จะนำร่างของพระเยซูมาฝังตามธรรมเนียมก่อนที่จะถึงวันสะบาโต เพราะโดยกฎธรรมเนียนของวันสะบาโตแล้วจะไม่อนุญาตให้ทำสิ่งใด นั้นหมายความว่า ถ้าไม่นำร่างของพระเยซูลงมาฝัง ร่างของพระองค์จะต้องถูกแขวนไว้บนไม้กางเขนจนกว่าจะพ้นวันสะบาโต
อุโมงค์ฝังศพของพระเยซูเป็นอุโมงค์ใหม่ และในพระกิตติคุณเล่มอื่นบันทึกว่า มีการปิดอุโมงค์อย่างแน่นหนา และมีทหารมายืมเฝ้า เพราะกลัวว่า จะมีสาวกมาแอบลักร่างของพระเยซู และโกหกว่า พระเยซูเป็นขึ้นมาจากความตาย

Q1  เมื่อมารีย์มาถึงอุโมงค์ สิ่งที่เธอเห็นคืออะไร? และเธอตอบสนองอย่างไร? (ดูข้อ 1, 2 ประกอบ)
Q2  “เห็นผ้าป่านวางอยู่ในอุโมงค์” ประโยคนี้ช่วยให้คุณมีความมั่นใจในการเป็นขึ้นมาจากความตายของพระเยซูอย่างไร? (ดูข้อ 38, 40, 42 ประกอบ)

พระเยซูทรงถูกตรึงอยู่บนไม้กางเขนถึง 6 ชั่วโมง คือตั้งแต่เวลาประมาณ 9 โมงเช้า และสิ้นพระชนม์เวลาบ่าย 3 โมง ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ทรมานอย่างถึงที่สุด แต่พระเยซูก็ทรงอดทนและกระทำจน “สำเร็จ” นั้นคือ พระองค์ทรงตายบนไม้กางเขน และเป็นความสำเร็จตามแผนการของพระเจ้าด้วย

Q1  การตายของพระเยซูนอกจากจะเป็นไปตามคำพยากรณ์ของพระคัมภีร์แล้ว การตรวจสอบการตายของพระเยซูก็ไปเป็นตามคำพยากรณ์ของพระคัมภีร์อย่างไร? (ดูข้อ 32, 33, 34, 36, 36 ประกอบ)
Q2  “การตาย” ของพระเยซูอาจจะดูเป็นที่ “โง่เขลา” และ “ล้มเหลว” ในสายตาของมนุษย์ แต่เป็น “สติปัญญา” และ “ความสำเร็จ” ของพระเจ้าเหมือนกับพระธรรม โรม 11:33 กล่าวไว้ว่า “โอ พระปัญญาและความรอบรู้ของพระเจ้านั้น ล้ำลึกเท่าใด ข้อตัดสินของพระองค์นั้นเหลือที่จะหยั่งรู้ได้ และทางของพระองค์ก็เหลือที่จะสืบเสาะได้” “การตายของพระเยซูคริสต์” เป็น “ความสำเร็จ” ในชีวิตของคุณอย่างไร?

3740/5723