วันจันทร์ที่ 7 เมษายน ลูกา 5:27-32 “พระเยซู – ผู้สร้างความประหลาดใจ”
คนจำนวนไม่น้อยที่คิดว่า พระเจ้าทรงรักแต่คนที่ดีๆ คนที่ทำในสิ่งที่ถูกต้อง และคนที่ไปคริสตจักรได้ต้องเป็นคนที่เลิก ละทิ้งแล้วในสิ่งที่ไม่ดี ซึ่งคนอิสราเอลในยุคของพระเยซูคริสต์ก็มีความคิดอย่างนี้เช่นกัน พวกเขาคิดว่า ตัวเองเท่านั้นที่เป็นชนชาติของพระเจ้า และคนที่ทำผิดกฎบัญญัติของโมเสสก็เป็นคนที่พระเจ้ารังเกียจ ซึ่งมีคนหลายกลุ่มในสังคมยุคนั้นรังเกียจ เช่น คนเก็บภาษี หญิงโสเภณี คนโรคเรื้อน คนต่างด้าว เป็นต้น และสังคมมองคนเหล่านี้ว่าเป็นคนบาป แต่พระเยซูคริสต์ทรงทำให้คนในยุคนั้นประหลาดใจ…
Q1 คุณคิดว่าระหว่างการกระทำของพระเยซูคริสต์ในข้อ 27, 29, 30 กับความคิดเบื้องหลังการกระทำในข้อ 31 สิ่งใดที่ทำให้ผู้คนประหลาดใจ?
Q2 คุณจะนำความคิดของพระเยซูในข้อ 31 มาใช้ในชีวิตของคุณ และทำให้เกิดความประหลาดใจกับคนที่อยู่รอบๆ ข้างได้อย่างไร?
วันอาทิตย์ที่ 6 เมษายน มาระโก 1:1-11 “พระเยซู – พระบุตรของพระเจ้า”
คนทั่วๆ ไปอาจจะรู้จักพระเยซูคริสต์ในฐานะของศาสดา หรือผู้นำของศาสนาคริสต์ และมีแนวความคิดว่า พระเยซูคริสต์ทรงเป็นคนที่ดีคนหนึ่ง ที่มีสติปัญญาและมีคำสอนที่น่าสนใจ แม้แต่คนที่เกิดในยุคเดียวกับพระเยซูคริสต์ก็ยังคิดว่า พระเยซูคริสต์ก็เป็นเพียงผู้เผยพระวจนะคนหนึ่ง ที่เป็นส่วนหนึ่งในแผนการของพระเจ้า แต่มีคนหนึ่งที่คิดแตกต่างออกไป คนนั้นคือ “มาระโก” เราจะมาดูกันว่า เขารู้จักพระเยซูคริสต์แบบไหน…
Q1 พระเยซูคริสต์ทรงเป็นผู้ใดในสายตาของมาระโก? (ดูข้อ 1, 7, 8, 11 ประกอบ)
Q2 มาระโกมีความชัดเจนในการที่จะพูดว่า พระเยซูคริสต์คือใครในชีวิตของเขา ลองทบทวนชีวิตของคุณว่า พระเยซูคริสต์ทรงเป็นผู้ใดในสายตา และในชีวิตของคุณ? คุณสามารถยืนยันให้คนอื่นรับรู้ได้หรือไม่ว่า พระเยซูคริสต์ทรงเป็นใครในชีวิตของคุณ?
วันเสาร์ที่ 5 เมษายน ฟีลิปปี 4:4-7 “เกินเข้าใจ”
สำหรับคริสเตียน เราถูกสอนให้อธิษฐานในทุกๆ เรื่องกับพระเจ้า แต่หลายๆ ครั้งเราลืมที่สอนกันและกันให้ยอมรับคำตอบที่มาจากพระเจ้าในทุกๆ คำตอบเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นคำตอบว่า “รอก่อน” “ไม่ได้” และ “ได้”
Q1 เมื่อเราอธิษฐาน ไม่เพียงแต่เราจะได้รับคำตอบจากพระเจ้า (“รอ” “ไม่ได้” หรือ “ได้”) ยังมีอีกสิ่งที่จะเกิดขึ้นเสมอไม่ว่าคำตอบที่เราได้รับจะถูกใจเราหรือไม่ก็ตาม สิ่งนั้นคือ? (ดูข้อ 7 ประกอบ)
Q2 อ่านพระคัมภีร์ข้อ 7 อีกครั้งสัก 2-3 รอบช้าๆ และใช้เวลานี้อธิษฐานกับพระเจ้าอีกครั้งในสิ่งที่คุณกำลังกังวลและไม่ได้รับคำตอบจากพระเจ้าสักที
วันศุกร์ที่ 4 เมษายน 2 โครินธ์ 12:1-10 “ไม่”
เปาโลเป็นหนึ่งในอัครทูตที่มีบทบาทสำคัญมากในคริสตจักรยุคแรก ท่านได้รับการทรงเรียกโดยตรงจากพระเยซูคริสต์ และได้รับมอบหมายให้ประกาศกับคนต่างชาติ (กิจการ 9) เปาโลได้รับสิทธิพิเศษจากพระเจ้าในการที่ถูกรับขึ้นไปยังสวรรค์ชั้นที่ 3 เพื่อจะได้เห็นและได้ยินบางสิ่งบางอย่าง แต่ตัวท่านเองไม่ได้ถูกอนุญาตให้เล่าเรื่องราวเหล่านั้น (ข้อ 1-5)
Q1 เปาโลได้บอกว่า ท่านมีหนามใหญ่ในเนื้อ ซึ่งเป็นความอ่อนแอของท่าน (ข้อ 7) ท่านได้อธิษฐานขอให้พระเจ้ารักษาถึง 3 ครั้ง (ข้อ 8) แต่พระเจ้าก็ไม่รักษาท่าน พระเจ้าได้ให้เหตุผลในการที่ไม่รักษาเปาโลไว้อย่างไรบ้าง? (ดูข้อ 7, 9 ประกอบ)
Q2 มีประโยคที่ว่า “การที่มีคุณของเราก็พอแก่เจ้าแล้ว เพราะความอ่อนแอมีที่ไหน เดชของเราก็มีฤทธิ์ขึ้นเต็มขนาดที่นั่น” ช่วยให้คุณเข้าใจและยอมรับคำอธิษฐานของคุณที่ไม่มีคำตอบจากพระเจ้าได้อย่างไร?
วันพฤหัสบดีที่ 3 เมษายน 1 พงศาวดาร 17:1-15 “ไม่ใช่เจ้า”
ดาวิดเป็นกษัตริย์ที่รักพระเจ้าเสมอต้นเสมอปลาย และเป็นคนที่คิดเผื่อพระเจ้าเสมอ หลังจากดาวิดได้เป็นกษัตริย์และทุกอย่างลงตัวแล้ว ดาวิดมองดูพระราชวังของตนเองที่สร้างอย่างใหญ่โต และมองเห็นพลับพลาของพระเจ้าสร้างด้วยหนังสัตว์ ทำให้ท่านมีความปรารถนาอยากจะสร้างพระนิเวศแด่พระเจ้าให้สมเกียรติ และนี่น่าจะเป็นหนึ่งในคำอธิษฐานส่วนตัวของท่านด้วย จนวันหนึ่งท่านได้มีโอกาสคุยกับนาธันถึงสิ่งที่อยู่ในใจ
Q1 พระเจ้าตอบคำอธิษฐานในเรื่องความปรารถนาของดาวิด เกี่ยวกับการสร้างพระวิหารอย่างไร? (ดูข้อ 4, 11-12ประกอบ)
Q2 คุณเรียนรู้อะไรบ้างเกี่ยวกับ “ความตั้งใจ” “ความปรารถนาที่ดี” “คำอธิษฐาน” และ “น้ำพระทัยของพระเจ้า” จากชีวิตของดาวิด