คนจำนวนไม่น้อยที่คิดว่า พระเจ้าทรงรักแต่คนที่ดีๆ คนที่ทำในสิ่งที่ถูกต้อง และคนที่ไปคริสตจักรได้ต้องเป็นคนที่เลิก ละทิ้งแล้วในสิ่งที่ไม่ดี ซึ่งคนอิสราเอลในยุคของพระเยซูคริสต์ก็มีความคิดอย่างนี้เช่นกัน พวกเขาคิดว่า ตัวเองเท่านั้นที่เป็นชนชาติของพระเจ้า และคนที่ทำผิดกฎบัญญัติของโมเสสก็เป็นคนที่พระเจ้ารังเกียจ ซึ่งมีคนหลายกลุ่มในสังคมยุคนั้นรังเกียจ เช่น คนเก็บภาษี หญิงโสเภณี คนโรคเรื้อน คนต่างด้าว เป็นต้น และสังคมมองคนเหล่านี้ว่าเป็นคนบาป แต่พระเยซูคริสต์ทรงทำให้คนในยุคนั้นประหลาดใจ…

Q1  คุณคิดว่าระหว่างการกระทำของพระเยซูคริสต์ในข้อ 27, 29, 30 กับความคิดเบื้องหลังการกระทำในข้อ 31 สิ่งใดที่ทำให้ผู้คนประหลาดใจ?
Q2  คุณจะนำความคิดของพระเยซูในข้อ 31 มาใช้ในชีวิตของคุณ และทำให้เกิดความประหลาดใจกับคนที่อยู่รอบๆ ข้างได้อย่างไร?

คนทั่วๆ ไปอาจจะรู้จักพระเยซูคริสต์ในฐานะของศาสดา หรือผู้นำของศาสนาคริสต์ และมีแนวความคิดว่า พระเยซูคริสต์ทรงเป็นคนที่ดีคนหนึ่ง ที่มีสติปัญญาและมีคำสอนที่น่าสนใจ แม้แต่คนที่เกิดในยุคเดียวกับพระเยซูคริสต์ก็ยังคิดว่า พระเยซูคริสต์ก็เป็นเพียงผู้เผยพระวจนะคนหนึ่ง ที่เป็นส่วนหนึ่งในแผนการของพระเจ้า แต่มีคนหนึ่งที่คิดแตกต่างออกไป คนนั้นคือ “มาระโก” เราจะมาดูกันว่า เขารู้จักพระเยซูคริสต์แบบไหน…

Q1  พระเยซูคริสต์ทรงเป็นผู้ใดในสายตาของมาระโก? (ดูข้อ 1, 7, 8, 11 ประกอบ)
Q2  มาระโกมีความชัดเจนในการที่จะพูดว่า พระเยซูคริสต์คือใครในชีวิตของเขา ลองทบทวนชีวิตของคุณว่า พระเยซูคริสต์ทรงเป็นผู้ใดในสายตา และในชีวิตของคุณ? คุณสามารถยืนยันให้คนอื่นรับรู้ได้หรือไม่ว่า พระเยซูคริสต์ทรงเป็นใครในชีวิตของคุณ?

สำหรับคริสเตียน เราถูกสอนให้อธิษฐานในทุกๆ เรื่องกับพระเจ้า แต่หลายๆ ครั้งเราลืมที่สอนกันและกันให้ยอมรับคำตอบที่มาจากพระเจ้าในทุกๆ คำตอบเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นคำตอบว่า “รอก่อน” “ไม่ได้” และ “ได้”

Q1  เมื่อเราอธิษฐาน ไม่เพียงแต่เราจะได้รับคำตอบจากพระเจ้า (“รอ” “ไม่ได้” หรือ “ได้”) ยังมีอีกสิ่งที่จะเกิดขึ้นเสมอไม่ว่าคำตอบที่เราได้รับจะถูกใจเราหรือไม่ก็ตาม สิ่งนั้นคือ? (ดูข้อ 7 ประกอบ)
Q2 อ่านพระคัมภีร์ข้อ 7 อีกครั้งสัก 2-3 รอบช้าๆ และใช้เวลานี้อธิษฐานกับพระเจ้าอีกครั้งในสิ่งที่คุณกำลังกังวลและไม่ได้รับคำตอบจากพระเจ้าสักที

เปาโลเป็นหนึ่งในอัครทูตที่มีบทบาทสำคัญมากในคริสตจักรยุคแรก ท่านได้รับการทรงเรียกโดยตรงจากพระเยซูคริสต์ และได้รับมอบหมายให้ประกาศกับคนต่างชาติ (กิจการ 9) เปาโลได้รับสิทธิพิเศษจากพระเจ้าในการที่ถูกรับขึ้นไปยังสวรรค์ชั้นที่ 3 เพื่อจะได้เห็นและได้ยินบางสิ่งบางอย่าง แต่ตัวท่านเองไม่ได้ถูกอนุญาตให้เล่าเรื่องราวเหล่านั้น (ข้อ 1-5)

Q1  เปาโลได้บอกว่า ท่านมีหนามใหญ่ในเนื้อ ซึ่งเป็นความอ่อนแอของท่าน (ข้อ 7) ท่านได้อธิษฐานขอให้พระเจ้ารักษาถึง 3 ครั้ง (ข้อ 8) แต่พระเจ้าก็ไม่รักษาท่าน พระเจ้าได้ให้เหตุผลในการที่ไม่รักษาเปาโลไว้อย่างไรบ้าง? (ดูข้อ 7, 9 ประกอบ)
Q2  มีประโยคที่ว่า “การที่มีคุณของเราก็พอแก่เจ้าแล้ว เพราะความอ่อนแอมีที่ไหน เดชของเราก็มีฤทธิ์ขึ้นเต็มขนาดที่นั่น” ช่วยให้คุณเข้าใจและยอมรับคำอธิษฐานของคุณที่ไม่มีคำตอบจากพระเจ้าได้อย่างไร?

ดาวิดเป็นกษัตริย์ที่รักพระเจ้าเสมอต้นเสมอปลาย และเป็นคนที่คิดเผื่อพระเจ้าเสมอ หลังจากดาวิดได้เป็นกษัตริย์และทุกอย่างลงตัวแล้ว ดาวิดมองดูพระราชวังของตนเองที่สร้างอย่างใหญ่โต และมองเห็นพลับพลาของพระเจ้าสร้างด้วยหนังสัตว์ ทำให้ท่านมีความปรารถนาอยากจะสร้างพระนิเวศแด่พระเจ้าให้สมเกียรติ และนี่น่าจะเป็นหนึ่งในคำอธิษฐานส่วนตัวของท่านด้วย จนวันหนึ่งท่านได้มีโอกาสคุยกับนาธันถึงสิ่งที่อยู่ในใจ

Q1  พระเจ้าตอบคำอธิษฐานในเรื่องความปรารถนาของดาวิด เกี่ยวกับการสร้างพระวิหารอย่างไร? (ดูข้อ 4, 11-12ประกอบ)
Q2  คุณเรียนรู้อะไรบ้างเกี่ยวกับ “ความตั้งใจ” “ความปรารถนาที่ดี” “คำอธิษฐาน” และ “น้ำพระทัยของพระเจ้า” จากชีวิตของดาวิด

4350/5726