ทิตัสเป็นเพื่อนผู้รับใช้อีกคนหนึ่งที่ร่วมงานเคียงบ่าเคียงไหล่กับเปาโล และมีความสนิทสนมใกล้ชิดกับเปาโลเหมือนกับทิโมธี โดยเปาโลเรียกทิตัสเหมือนกับที่เรียกทิโมธีว่า “ผู้เป็นบุตรแท้ของข้าพเจ้าในความเชื่อเดียวกัน” (ข้อ 4)

Q1  ในคำแนะนำตัวของเปาโล ท่านได้บอกถึงเป้าหมายที่ท่านได้รับจากพระเจ้าไว้อย่างน้อย 3 ประการคือ? (สังเกตคำว่า “เพื่อ” “ให้” “หวังว่า” ประกอบ)
Q2  ถ้าการรับใช้พระเจ้า เปรียบเหมือนกับการทำงาน เปาโลรู้ถึงเป้าหมายที่ชัดเจนในทำงานรับใช้พระเจ้า คุณคิดว่า พระเจ้าทรงมีเป้าหมายอย่างไรในชีวิตแห่งการทำงานของคุณ?

ชีวิตที่ติดตามพระคริสต์เป็นชีวิตแห่งการเสียสละ ในบางครั้งเราต้องเสียสละความต้องการของตัวเอง บางครั้งเราต้องเสียสละความรู้สึก ความสัมพันธ์กับครอบครัวที่อาจจะไม่เห็นด้วยกับการตัดสินใจของเราที่ติดตามพระคริสต์ หรือแม้แต่บางทีเราอาจจะเสียเพื่อนบางคนที่ไม่เห็นด้วยกับการที่เราต้อนรับพระเยซูคริสต์เป็นพระผู้ช่วยให้รอด ซึ่งพระเยซูคริสต์เองก็บอกถึงเรื่องนี้อย่างชัดเจนและตรงไปตรงมากับคนที่อยากจะติดตามพระองค์

Q1  คุณคิดอย่างไรกับคำพูดของพระเยซูคริสต์ที่ค่อนข้างจะรุนแรงและเด็ดขาดในข้อ 33 ที่ว่า “ก็เช่นนั้นแหละ ทุกคนในพวกท่านที่มิได้สละสิ่งสารพัดที่ตนมีอยู่ จะเป็นสาวกของเราไม่ได้”? (ดูข้อ 28-33ประกอบ)
Q2  ลองทบทวนดูว่า คุณได้สละสิ่งใดบ้างในการติดตามพระคริสต์? และยังมีสิ่งใดบ้างที่พระเยซูคริสต์เรียกร้องให้คุณสละเพื่อจะติดตามพระองค์ อธิษฐานขอกำลังและการเปลี่ยนแปลงจากพระเจ้า

ชีวิตที่ติดตามพระคริสต์ไม่ได้หมายถึง ชีวิตที่ต้องปรนนิบัติ หรือต้องรับใช้มากๆ ชีวิตที่ติดตามพระคริสต์คือ ชีวิตที่เลือกจะใช้เวลา และมีความสัมพันธ์ส่วนตัวกับพระเยซูคริสต์ ซึ่งเรื่องราวของมารธาและมารีย์เป็นตัวอย่างที่ดีสำหรับเรื่องนี้

Q1  คุณคิดว่า “สิ่งดี” ที่พระเยซูคริสต์ชมมารีย์ว่า ได้เลือกไว้มีความสำคัญอย่างไรต่อการมีชีวิตที่ติดตามพระคริสต์? (ดูข้อ 39, 41 ประกอบ)
Q2  ในแต่ละวันที่คุณจะออกไปดำเนินชีวิตในฐานะของผู้ที่ติดตามพระคริสต์ คุณเลือกที่จะให้ความสำคัญกับการใช้เวลาส่วนตัวกับพระองค์ผ่านการอธิษฐาน อ่านพระคัมภีร์ และเฝ้าเดี่ยวมากน้อยแค่ไหน?

ชีวิตที่ติดตามพระคริสต์เป็นชีวิตที่ต้องผ่านการคิดไตร่ตรองแล้วเป็นอย่างดี ไม่ได้เกิดขึ้นจากความคิดเพียงชั่ววูบ หรืออารมณ์พาไป พระเยซูคริสต์ก็ตระหนักดีถึงความจริงในข้อนี้ ดังนั้นในพระคัมภีร์ตอนนี้พระเยซูคริสต์จึงท้าทายให้คนที่จะติดตามพระองค์คิดให้หนัก ถ้าอยากจะมีชีวิตที่ติดตามพระองค์

Q1  จากคำตอบที่พระเยซูตอบคนที่มาขอติดตามพระองค์ทั้ง 3 คำตอบ (ข้อ 58, 60, 62) สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการมีชีวิตที่ติดตามพระองค์อย่างไร?
Q2  คุณคิดว่า คุณได้คิดดีเพียงพอแล้วหรือยัง ที่ตัดสินใจติดตามพระเยซูคริสต์ คุณรู้สึกเสียดายหรือเสียใจหรือไม่ ที่ตัดสินใจมีชีวิตที่ติดตามพระองค์

ถ้ามีคนบอกว่า “ฉันเป็นคริสเตียน” “ฉันเป็นคนที่ติดตามพระคริสต์” แต่เมื่อถูกถามว่า “พระเยซูคริสต์คือใคร?” กลับไม่สามารถตอบได้ คงจะเป็นเรื่องที่น่าแปลกใจน่าดู เช่นเดียวกันพระเยซูคริสต์เองก็ทดสอบสาวกทั้ง 12 คนของพระองค์ ด้วยการถามคำถามว่า “แล้วพวกท่านเล่าว่า เราเป็นใคร?”

Q1  คุณคิดว่า คำถามของพระเยซูคริสต์ในข้อ 18 ที่ว่า “คนทั้งปวงพูดกันว่า เราเป็นผู้ใด?” กับคำถามในข้อ 20 ที่ว่า “แล้วพวกท่านเล่าว่า เราเป็นใคร?” นั้นมีความสำคัญอย่างไรต่อการมีชีวิตที่ติดตามพระคริสต์?
Q2  ถ้าวันนี้พระเยซูถามคุณด้วย “คำถามเดียวกัน” กับที่ถามสาวกทั้ง 12 คน คุณจะตอบพระองค์ว่าอย่างไร?

4215/5723