เปาโลได้ใช้ประสบการณ์ของตนเองเพื่อหนุนใจทิโมธีที่จะมีความกล้าหาญ และไม่ละอายที่จะประกาศข่าวประเสริฐของพระเจ้า เพราะมีผู้เชื่อหลายคนเมื่อเผชิญหน้ากับการข่มเหง และความทุกข์ยากลำบากก็หันหลังให้กับข่าวประเสริฐ เช่น ฟีเจลัส และเฮอร์โมเกเนส (ข้อ 15) แต่ในขณะเดียวกันยังมีคนที่รักษาความเชื่อ เช่น ครอบครัวของโอเนสิโฟรัส รวมทั้งตัวของเปาโลเองด้วย

Q1  เปาโลได้ให้เหตุผลที่ตัวท่านเองไม่ละอายที่จะประกาศข่าวประเสริฐของพระเจ้าไว้อย่างน้อย 6 ประการคือ? (ดูข้อ 11, 12, 13, 14 ประกอบ)
Q2  คุณ “รู้จัก” พระเจ้าและ “เชื่อ”ในความสามารถของพระองค์ เหมือนหรือแตกต่างกับที่เปาโลที่ได้พูดไว้ในข้อ 12 อย่างไร?

ในเวลานั้นการประกาศข่าวประเสริฐเป็นสิ่งที่ยากลำบาก เพราะการข่มเหงที่รุนแรง และการต่อต้านที่มีอย่างมากมาย มีคริสเตียนจำนวนไม่น้อยที่ถูกข่มเหง ถูกจับขังคุก และบางครั้งก็ถูกฆ่าตาย และแน่นอนว่า ปัญหานี้ก็เกิดขึ้นในเมืองเอเฟซัสด้วย

Q1  เปาโลได้ให้เหตุผลในการหนุนใจทิโมธีไม่ให้ “ละอาย” ในการประกาศข่าวเสริฐอย่างน้อย 7 ประการคือ? (ดูข้อ 8,9,10 ประกอบ)
Q2  บทเรียนจากพระคัมภีร์ตอนนี้หนุนใจคุณให้มีความกล้า และไม่ละอายที่จะประกาศข่าวประเสริฐของพระเจ้าอย่างไร?

จากหนังสือ 1 ทิโมธี 1:3 เรารู้ว่า เปาโลได้ขอให้ทิโมธีหยุดอยู่ที่เมืองเอเฟซัสเพื่อจะเลี้ยงดูคริสตจักรที่นั่น ซึ่งเป็นคริสตจักรใหม่ที่ตั้งขึ้นไม่นาน ยังไม่รู้ว่าจะดูแลบริหารจัดการคริสตจักรอย่างไร รวมถึงมีปัญหาเกี่ยวกับการดำเนินชีวิต และคำสอนผิด

Q1  คำว่า “น้ำตา” (ข้อ 4) “จริงใจ” (ข้อ 5) “ของประทาน” (ข้อ 6) “กระทำให้รุ่งเรืองขึ้น” (ข้อ 6) สะท้อนให้เห็นถึงท่าทีในการรับใช้ และแนวทางในทำงานของทิโมธีที่ได้รับมอบหมายจากเปาโลอย่างไรบ้าง?
Q2  คุณคิดว่า “จิตใจที่กอปรด้วยฤทธิ์ความรัก” และ “การรู้จักบังคับตน” มีส่วนช่วยให้ทิโมธีรับใช้อย่างเกิดผลได้อย่างไร? และคุณจะนำสิ่งนี้ไปใช้ในชีวิตของคุณอย่างไร?

ความสัมพันธ์ระหว่างเปาโลกับทิโมธีเป็นความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดมาก โดยเปาโลเรียกทิโมธีว่า บุตรที่รักของเรา (ข้อ 2) ซึ่งถ้าเราย้อนกลับไปดูใน 1 ทิโมธี 1:2 เราจะรู้ว่า ความหมายของคำว่าบุตร คือ บุตรในความเชื่อ และเปาโลยังบอกด้วยว่า ท่านเองได้อธิษฐานเผื่อทิโมธีอย่างสม่ำเสมอ (ข้อ 3) และอยากที่จะมีโอกาสได้พบหน้าทิโมธี

Q1  คุณคิดว่า การที่ทิโมธีมีความเชื่อที่เข้มแข็งได้นั้น เกิดขึ้นได้อย่างไร? (ดูข้อ 2, 5 และกิจการ 16:1-2 ประกอบ)
Q2  ถ้าคุณเป็นพ่อแม่ คุณจะส่งต่อความเชื่อที่คุณมีให้กับลูกของคุณอย่างไร? นอกจากนี้คุณเคยคิดจะหาใครสักคนที่จะมาเป็นพ่อฝ่ายจิตวิญญาณที่จะเลี้ยงดูคุณหรือไม่?

มีสุภาษิตไทยอันหนึ่งกล่าวไว้ ชีวิตคู่ของสามีภรรยา ก็เหมือนลิ้นกับฟัน ที่อาจจะมีโอกาสกระทบกระทั่งกัน ทะเลาะกัน โมโหกัน โกรธกัน และทำให้อีกฝ่ายหนึ่งเจ็บทั้งจิตใจ และร่างกาย ซึ่งถ้าจัดการไม่ดี ความเจ็บปวดเหล่านี้จะถูกจดจำและถูกเก็บไว้ภายใต้ส่วนลึกของจิตใจ เหมือนกับระเบิดเวลาที่รอคอยเวลาจุดระเบิด ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อชีวิตครอบครัวเลย

Q1  คุณคิดว่าพระคัมภีร์ข้อนี้ให้หลักการอย่างไรในการจัดการกับ “ความขัดแย้ง” “ความโกรธ” และ “การตอบโต้” กับอีกฝ่ายหนึ่งในครอบครัวที่คุณอาศัยอยู่?
Q2  ลองสำรวจชีวิตของคุณว่า คุณได้เก็บซ่อนความขมขื่นใจ ความเจ็บปวดใดๆ ในส่วนลึกภายในจิตใจของคุณหรือไม่ ถึงเวลาหรือยังที่คุณจะจัดการกับมันให้หายไปเหมือนกับตะวันตกดิน ใช้เวลานี้อธิษฐานของการช่วยเหลือจากพระเจ้า

4255/5724