“ขอโทษ” ดูเหมือนว่า เป็นคำเล็กๆ คำหนึ่ง แต่เป็นอีกคำหนึ่งที่มีผลกระทบอย่างมาในเรื่องการให้โอกาส และการให้อภัย การขอโทษเป็นการแสดงออกถึงความเสียใจในการกระทำที่ได้ทำลงไป เป็นการขอโอกาสที่จะเปลี่ยนแปลงและทำในสิ่งที่ถูกต้อง และที่สำคัญการขอโทษจะทำให้เกิดสิ่งหนึ่งตามมานั้นคือ “การให้อภัย”

Q1  คำว่า “โกรธพี่น้อง” “อ้ายโง่” “เหตุขัดเคือง” “คืนดี” “ปรองดอง” เกี่ยวข้องอะไรกับ การขอโทษ และการให้อภัย?
Q2  เราถวายเครื่องบูชาแด่พระเจ้า เพื่อขอโทษพระเจ้าสำหรับสิ่งที่เราทำผิดพลาดไป และเพื่อเราจะกลับคืนดีกับพระเจ้าอีกครั้งหนึ่ง ทบทวนชีวิตของคุณว่า คุณมีสิ่งใดที่ต้องขอโทษ และขอโอกาสจากพระองค์

การให้อภัยไม่ได้หมายถึง การลืมว่า เกิดอะไรขึ้น ไม่ใช่การปล่อยให้เวลาผ่านไป ไม่ใช่การไม่สนใจความผิดที่คนอื่นทำกับเรา หรือการคิดว่า สิ่งที่เกิดขึ้นไม่สำคัญไม่มีคุณค่าให้คิด แต่เป็นการยอมรับในสิ่งที่เกิดขึ้น รวมถึงการจัดการกับความรู้สึกเจ็บปวด การผูกใจเจ็บ และไม่ให้สิ่งเหล่านั้นมีอิทธิพลเหนือการตัดสินกระทำสิ่งที่ผิดต่อบุคคลที่ทำผิดกับเรา

Q1  อะไรคือเคล็ดลับในการให้อภัยผู้อื่น? (ดูข้อ 27, 33, 35 ประกอบ)
Q2  ตัวอย่างของทาสคนแรกที่ไม่ยอมให้อภัยเตือนสติคุณอย่างไรในการให้อภัยคนอื่น โดยเฉพาะการให้อภัยพี่น้องในคริสตจักร หรือคนในครอบครัวของคุณ?

โอกาสเป็นสิ่งที่จำเป็นมากในเรื่องความสัมพันธ์ เพราะโอกาสไม่เพียงแต่แสดงให้เห็นว่ายกโทษให้แล้ว แต่ยังแสดงถึงการยอมรับ และการเชื่อมั่นในคนที่กระทำผิดด้วยว่า จะเลิกกระทำในสิ่งที่ผิด และทำในสิ่งที่ถูกต้อง ซึ่งโอกาสจะเกิดได้ก็ต่อเมื่อ คนที่ไม่ได้ทำผิดเป็นคนเริ่มต้นก่อน

Q1  อะไรคือความแตกต่างของโอกาสที่หญิงคนนี้ได้รับจาก “ธรรมจารย์และฟาริสี” (ข้อ 3-5) และจาก “พระเยซูคริสต์” (ข้อ 10-11)?
Q2  คุณเคยได้รับโอกาสจากพระเจ้าในเรื่องใดบ้าง? คุณจะใช้ประสบการณ์ที่คุณได้รับในการให้โอกาสคนอื่นอย่างไร?

ปัญหาอย่างหนึ่งที่ทำให้เราไม่สามารถให้โอกาส และให้อภัยผู้อื่น เพราะเราตัดสินผู้อื่นตามมาตรฐานของเรา และความพึงพอใจขอเรา เรียกง่ายๆ คือ เราเอาตัวเราเองเป็นมาตรฐาน เราคิดว่า ตัวของเราดีกว่าคนอื่น

Q1  พระเยซูทรงชี้ให้เห็นถึงความสัมพันธ์ของ “การตัดสินผู้อื่น” และ “การยกโทษ” ไว้อย่างไร?
Q2  ทบทวนชีวิตของคุณ มีใครบ้างไหมที่คุณเคยตัดสิน หรือ มีใครบ้างไหมที่คุณต้องยกโทษให้ ถึงเวลาหรือยังที่คุณจะไปขอโทษคนที่คุณเคยตัดสิน หรือ ยกโทษให้กับคนที่ทำไม่ดีกับคุณ

เวลาที่เกิดความขัดแย้ง จนกลายเป็นความโกรธ ความเกลียด แต่ไม่สามารถที่จะพูดอะไรออกไปได้ ถือว่าเป็นการกดดันและทำร้ายตนเองทางหนึ่ง เพราะเราจะมีความคิดอยู่ด้านเดียวว่า อีกฝ่ายหนึ่งผิด ฉันไม่ผิด วิธีการหนึ่งที่จะลดความตึงเครียด และสร้างโอกาสแห่งการให้อภัยคือ การพูดออกมา เหมือนกับที่กษัตริย์ดาวิดทำ

Q1  อะไรคือเหตุผลที่ทำให้ดาวิดยอม “ระบายความในใจ” ต่อพระเจ้า? (ดูข้อ 8, 11,12 ประกอบ)
Q2  คุณพร้อมที่จะระบายความในใจที่คุณมีกับพระเจ้าเหมือนกับดาวิดหรือยัง? ใช้เวลานี้ระบายความในใจกับพระเจ้าโดยเฉพาะในเรื่องที่คุณมีความขัดแย้ง และไม่สามารถให้อภัยได้

4325/5726