วันจันทร์ที่ 9 กุมภาพันธ์ มาระโก 1:1-8 “แผนการของพระเจ้า”
หลังจากที่มาระโกได้บอกถึงความตั้งใจในการเขียนหนังสือเล่มนี้แล้ว ท่านได้เริ่มต้นด้วยการนำหลักฐาน 2 ชิ้นมายืนยันในสิ่งที่ท่านพูด หลักฐานชิ้นที่ 1 คือ คำพยากรณ์ของมาลาคี (3:1) และของอิสยาห์ (40:3) ส่วนหลักฐานชิ้นที่ 2 คือ ชีวิตของยอห์นผู้ให้รับบัพติสมา
Q1 คุณคิดว่า ชีวิตของยอห์นผู้ให้บัพติสมาอยู่ในแผนการของพระเจ้า และสอดคล้องกับคำพยากรณ์มากน้อยแค่ไหน? :-ลองเปรียบเทียบสิ่งที่อิสยาห์พูด (ข้อ 2-3) กับ ชีวิตของยอห์นผู้ให้บัพติสมา (ข้อ 4-8)
Q2 “4ในพระเยซูคริสต์นั้น พระองค์ได้ทรงเลือกเราไว้ตั้งแต่ก่อนที่จะทรงเริ่มสร้างโลก เพื่อเราจะบริสุทธิ์และปราศจากตำหนิในสายพระเนตรของพระองค์ 5พระองค์ทรงกำหนดเราไว้ด้วยความรักก่อนตามที่ชอบพระทัยพระองค์ ให้เป็นบุตรโดยพระเยซูคริสต์” (เอเฟซัส 1:4-5) คุณคิดว่า การที่คุณได้มาเชื่อพระเจ้า ได้เป็นคริสเตียน เป็นแผนการของพระเจ้าอย่างไร?
วันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ มาระโก 1:1 “เริ่มต้นตรงนี้”
“ข่าวประเสริฐเรื่องพระเยซูคริสต์พระบุตรของพระเจ้าเริ่มต้นตรงนี้”
Q1 การขึ้นต้นหนังสือด้วยประโยค “ข่าวประเสริฐเรื่องพระเยซูคริสต์พระบุตรของพระเจ้าเริ่มต้นตรงนี้” สะท้อนให้เห็นถึงมุมมองความคิดของผู้เขียน (มาระโก) ในการเขียนหนังสือเล่มนี้อย่างไร?
Q2 มาระโกยืนยันว่า ตัวของเขาเชื่อว่า พระเยซูคริสต์คือพระบุตรของพระเจ้าอย่างไม่มีข้อสงสัย ตัวคุณมีความเชื่อในตัวของพระเยซูคริสต์อย่างไร? และคุณกล้าบอกคนอื่นไหมว่า “คุณเป็นคริสเตียน” เหมือนที่มาระโกที่มีความกล้าในการจะบอกว่า ตัวของท่านเชื่ออะไร?
วันเสาร์ที่ 7 กุมภาพันธ์ ฟีลิปปี 4:10-13 “ผจญทุกสิ่งได้”
วันนี้เราจะยังอยู่ที่ชีวิตของเปาโลอีกวันหนึ่ง ชีวิตของท่านเผชิญหน้ากับหลายสิ่งหลายอย่างที่จะทำให้ท่านตกลงไปสู่ “ภาวะหมดไฟ” ได้ตลอดเวลา แต่ท่านก็ยังสามารถลุกขึ้นมาทำให้ชีวิตของท่านติดไฟได้ทุกครั้งไป
Q1 เปาโลต้องเผชิญหน้ากับสิ่งใดบ้างที่มีผลทำให้ชีวิตของท่านอยู่ใน “ภาวะหมดไฟ”? (ดูข้อ11, 12 ประกอบ)
Q2 เปาโลมีเคล็ดลับอย่างน้อย 2 ประการที่ทำให้ท่านไม่ต้องมีชีวิตอยู่ใน “ภาวะหมดไฟ”? (ดูข้อ 10, 14 ประกอบ) คุณจะนำเคล็ดลับนี้ไปใช้ในชีวิตของคุณอย่างไร?
วันศุกร์ที่ 6 กุมภาพันธ์ 2 โครินธ์ 4:7-12 “ไม่ถึงกับหมด…”
มีบางคนมีความคิดว่า “ภาวะหมดไฟ” คือ “ภาวะที่ไม่สามารถทำอะไรได้อีกต่อไป” แต่นั้นเป็นเพียง “ความคิด” ความจริงภาวะหมดไฟ “เป็นเพียงสภาพชั่วคราวที่ทำให้คนเรานั้นไม่อยากจะทำอะไร แต่ยังสามารถทำอะไรได้มากมายเกินกว่าที่เราจะคิด” คล้าย ๆ กับเวลาที่เราขับรถไป แล้วเข็มน้ำมันตกลงไปที่ E ไม่ได้หมายความว่า รถวิ่งต่อไปไม่ได้ แต่หมายความว่า ถึงเวลาหยุดพัก และเติมน้ำมัน ถ้าอยากจะวิ่งต่อไปให้ถึงจุดหมาย เปาโลก็เช่นกัน ชีวิตของเขาหลายๆ ครั้งอยู่ในสภาพของเข็มน้ำมันที่ตกลงไปอยู่ที่ E (Empty) เราจะมาเรียนรู้กันว่า เขาทำให้เข็มขึ้นมาอยู่ที่ F (Full) ได้อย่างไร?
Q1 เราไม่รู้ว่าเปาโลกำลังเผชิญหน้ากับอะไรอยู่ แต่ท่านได้บรรยายสภาพของคนที่อยู่ใน “ภาวะหมดไฟ” ไว้อย่างไรบ้าง? (ดูข้อ 8-9 ประกอบ)
Q2 อะไรคือเคล็ดลับที่ทำให้เข็มชีวิตของเปาโลที่ตกลงไปอยู่ที่ E กลับมาอยู่ที่ F อีกครั้งหนึ่ง? (ดูข้อ 7, 10, 12 ประกอบ)
วันพฤหัสบดีที่ 5 กุมภาพันธ์ 2 ซามูเอล 12:15-25 “ร้องไห้จะเป็นจะตาย”
อีกเหตุการณ์หนึ่งที่ทำให้กษัตริย์ดาวิดตกอยู่ใน “ภาวะหมดไฟ” คือการที่พระองค์ทรงกระทำผิดบาปในเรื่องเพศต่อนางบัทเชบา และการวางแผนสังหารอุรีอาห์สามีของนางบัทเชบา (2 ซามูเอล 11) ซึ่งนาธันผู้เผยพระวจนะของพระเจ้าได้เข้าเฝ้ากษัตริย์ดาวิด และได้ต่อว่าท่านในสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างตรงไปตรงมา (2 ซามูเอล 12:1-14)
Q1 อะไรคือสาเหตุที่ทำให้กษัตริย์ดาวิดอยู่ใน “ภาวะหมดไฟ” (ดูข้อ 15 ประกอบ) และพระองค์ได้แสดง “ภาวะหมดไฟ” ออกมาอย่างไร? (ดูข้อ 16, 17, 18ก. ประกอบ)
Q2 จากคำพูดของกษัตริย์ดาวิดที่ว่า “เมื่อเด็กนั้นมีชีวิตอยู่ เราอดอาหารและร้องไห้ เพราะเราว่า ‘ใครจะทราบได้ว่าพระเจ้าจะทรงพระเมตตาเรา โปรดให้เด็กนั้นมีชีวิตอยู่หรือไม่’ แต่เมื่อเขาสิ้นชีวิตแล้ว เราจะอดอาหารทำไม เราจะทำเด็กให้ฟื้นขึ้นมาอีกได้หรือ มีแต่เราจะตามทางเด็กนั้นไป เขาจะกลับมาหาเราหามิได้” (ข้อ 22-23) ช่วยให้คุณเห็นถึงจุดเปลี่ยนที่ให้ทำให้กษัตริย์ดาวิดหลุดพ้นจาก “ภาวะหมดไฟ” ได้อย่างไร และคุณจะนำจุดเปลี่ยนนี้ไปใช้ในชีวิตของคุณอย่างไร?