อับรามและครอบครัวออกจากบ้านเกิดเมืองนอน พร้อมกับโลทหลานชายเพื่อไปยังดินแดนแห่งพันธสัญญาที่พระเจ้าจะมอบให้กับตระกูลของขา ระหว่างการเดินทางอับรามและโลทมาหยุดอยู่ที่ระหว่างเมืองเบธเอลกับเมืองอัย และมีปัญหาเกิดขึ้นที่นี่ระหว่างอับรามกับโลท เพราะคนงานของทั้ง 2 ฝ่ายทะเลาะกันเนื่องจากไม่มีที่ดินเพียงพอสำหรับสัตว์เลี้ยงของทั้ง 2 ฝ่าย และดูเหมือนว่าปัญหาจะใหญ่ และจากวิธีการตัดสินใจของอับรามและโลท ช่วยให้เราเห็นถึง หลักการในการจัดลำดับความสำคัญที่มีอยู่ในชายทั้งสองคนนี้

Q1  จากคำพูดของอับราในข้อ 8 ที่ว่า “เราอย่าวิวาทกันเลย อย่าให้คนเลี้ยงสัตว์ของเจ้ากับคนเลี้ยงสัตว์ของเราวิวาทกัน เพราะเราเป็นญาติสนิท” และสิ่งที่บรรยายเกี่ยวกับโลทในข้อ 10 ที่ว่า “โลทเงยหน้าแลดูที่ลุ่มแม่น้ำจอร์แดนทางทิศเมืองโศอาร์ เห็นว่ามีน้ำบริบูรณ์อยู่ทุกแห่งเหมือนพระอุทยานของพระเจ้า เหมือนแผ่นดินอียิปต์ นี่เป็นสภาพก่อนพระเจ้าทรงทำลายเมืองโสโดมและเมืองโกโมราห์” สะท้อนให้เห็นถึงหลักการในการจัดลำดับความสำคัญระหว่าง “ความสัมพันธ์” และ “ทรัพย์สมบัติ” อย่างไร?
Q2  คุณจะนำหลักการในการจัดลำดับความสำคัญในชีวิตของอับราม และโลท ไปใช้ในการจัดลำดับความสำคัญในชีวิตของคุณอย่างไร?

ชีวิตของพระเยซูคริสต์เป็นชีวิตที่มีหลายสิ่งหลายอย่างที่ต้องทำมากมายในแต่ละวัน ตั้งแต่เช้าจรดเย็น แต่น่าสนใจว่า ตลอดระยะเวลา 3 ปีที่พระองค์ทรงทำพันธกิจกับประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเกิดผลดีทั้งกับตัวของพระองค์ และประชาชน เราจะมาดูเคล็ดลับของพระองค์จากพระคัมภีร์ตอนนี้ด้วยกัน

Q1  ดูเหมือนว่า ประชาชนมีความต้องการความช่วยเหลือจากพระเยซู เพราะทั้งสาวกและประชาชนต่างตามหาพระองค์ และทันทีที่พบพระเยซู พวกเขาถามคำถามที่กดดันว่า “คนทั้งปวงแสวงหาพระองค์” ทำนองว่า พระองค์ไม่รู้หรือว่าต้องทำอะไร” แต่พระเยซูตอบว่าอย่างไร? ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น? (ดูข้อ 38 ประกอบ สังเกตคำว่า “บ้านใกล้เคียง” และ “เรามาเพื่อการนั้นเอง”)
Q2  การตัดสินใจของพระเยซูคริสต์ ทำให้รู้ว่า พระองค์ทรงจัดลำดับตามความสำคัญ และเร่งด่วน ดูเหมือนว่า พระเยซูคริสต์จะเลือกตัดสินใจตามหมายเลข 1 คือ ทำในสิ่งที่สำคัญและเร่งด่วน มากกว่าที่จะทำตามหมายเลข 2 คือเร่งด่วน (ประชาชนเรียกร้อง) แต่ไม่สำคัญ ลองใช้ตัวอย่างการตัดสินใจของพระเยซูคริสต์ ในการจัดลำดับความสำคัญในชีวิตของคุณ

เยโธรไม่ได้บังคับให้โมเสสทำตามคำแนะนำของท่าน แต่เยโธรได้ใช้คำพูดช่วยกระตุ้นให้โมเสสคิด โดยเยโธรพูดว่า “ถ้าทำดังนี้และพระเจ้าทรงบัญชาแล้ว ท่านก็จะสามารถทนได้ประชาชนทั้งปวงนี้ก็จะไปยังที่อาศัยของเขาด้วยความสงบสุข” (ข้อ 23) และจากข้อ 24 เราพบว่าโมเสสได้ทำตามคำที่เยโธรแนะนำ ซึ่งผลที่ตามมาคือ โมเสสสามารถทนได้-ไม่เหน็ดเหนื่อยเกินไป และประชาชนก็กลับบ้านด้วยความสุข-พึงพอใจจริงๆ

Q1  “ส่วนคดีใหญ่ๆ ก็ให้เขานำมาแจ้งต่อท่าน แต่คดีเล็กๆ น้อยๆ ให้เขาตัดสินเอง” สะท้อนให้เห็นถึงการจัดลำดับความสำคัญอย่างไร?
Q2  “ถ้าท่านได้ทำดังนี้…” เป็นคำพูดที่อยากให้ ลงมือทำ!!! ถึงเวลาหรือยังที่คุณจะนั่งลงและจัดลำดับความสำคัญในงานต่างๆ ที่ต้องทำเสียที เพื่อชีวิตของคุณจะไม่ต้องวุ่นวาย และเหน็ดเหนื่อยโดยไม่จำเป็น

เยโธรไม่เพียงแต่เตือนสติโมเสสให้สนใจถึงปัญหาที่เกิดขึ้นเท่านั้น ท่านยังให้คำแนะนำเกี่ยวกับการจัดลำดับความสำคัญไว้อย่างน่าสนใจด้วย

Q1  เยโธรไม่ได้ให้คำแนะนำเกี่ยวกับการจัดการกับประชาชนที่มาพร้อมคำร้องที่ล้นมือ แต่เยโธรให้คำแนะนำโมเสสในการจัดการกับตัวของโมเสสเองอย่างน้อย 4 ประการคือ? (ดูข้อ 19ข., 20, 21 ประกอบ)
Q2  ลองทบทวนชีวิตของคุณที่วุ่นวายอยู่ในตอนนี้ว่า คุณจะเริ่มต้นจัดการกับ “ตัวคุณ” ตามคำแนะนำของเยโธรอย่างไร? (พิจารณาคำว่า “รู้จัก” “สิ่งที่ต้องปฏิบัติ” “เลือก” เป็นพิเศษ)

ในสังคมปัจจุบันนี้ ชีวิตของเรามักจะอยู่ตรงกลางระหว่าง “สิ่งที่สำคัญ” และ “สิ่งที่เร่งด่วน” ทำให้เราไม่รู้ว่า จะทำสิ่งใดก่อนระหว่าง “สิ่งที่สำคัญ” และ “สิ่งที่เร่งด่วน” ในสัปดาห์นี้เราจะมาเรียนรู้จากชีวิตของโมเสสด้วยกัน

Q1  โมเสสนั่งทำงานพิจารณาความให้ประชาชนตั้งแต่เช้าจรดเย็น ซึ่งเป็นสิ่งที่ดีและควรทำ เพราะเป็นหน้าที่ความรับผิดชอบของโมเสสในฐานะของผู้นำโดยตรง แต่ดูเหมือนว่าเยโธรผู้เป็นพ่อตาจะไม่เห็นดีเห็นงามด้วยกับวิธีการที่โมเสสจัดการกับงานรับผิดชอบที่อยู่ในมือ โดยเยโธรให้เหตุผลกับโมเสสอย่างไร? (ดูข้อ 14, 18 ประกอบ)
Q2  ความคิดที่ว่า “มีแต่ฉันเท่านั้นที่ทำงานนี้ได้” ทำให้ชีวิตการทำงานของคุณหนักหนาสาหัสอย่างไร และส่งผลในการจัดลำดับความสำคัญในชีวิตของคุณมากน้อยแค่ไหน?

4155/5723